Remove this ad

เมล็ดเจีย (Chia Seed) มากด้วยคุณค่า

Rss     Subscribe     Share     Tweet    


0 Points

Lead

Jun 19 12 5:55 PM

Tags : :



แนะนำ quinoa แก่นตะวัน ต้นหูเสือ เก๋ากี๊ ดอกไม้จีน ใบบัวบก ฯลฯ ไปแล้ว วันนี้มีพืชชนิดหนึ่งเราทานประจำและเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายคน เลยเอามาแนะนำ เผื่อใครสนใจจะซื้อหามาทานบ้าง

พืชชนิดนี้ชื่อว่า เจีย (chia) บางคนเรียกว่า เชีย  เรื่องราวของเมล็ดเจีย ที่ค้นหาได้ จากแหล่งต่างๆ สรุปได้ดังนี้:-
 
เจีย (Chia) หรืออีกชื่อ Salvia Hispanica เป็นพืชในกลุ่มเครื่องเทศ ตระกลูเดียวกับ มินต์(Mint)
ชื่อมาจากภาษาลาติน " Salare" หมายถึง "Save" 

เป็นพืชมีกำเนิดตอนกลางและใต้ประเทศเมกซิโก และกัวเตมาลา เป็นเมล็ดพืชที่ให้พลังงานสูงมากชาวอินเดียนทางตะวันตกเฉียงใต้ของแมกซิโกจะมีเมล็ดเจียติดตัวไว้ เป็นที่รู้จักกันดีในนามของอาหารนักวิ่ง หากเร่งรีบเดินให้ถึงภายใน ๒๔ ชั่วโมง จะมีเมล็ดเจียติดตัวไป ทานแค่ ๑ ช้อนชาก็สามารถเดินทางได้ทั้งวัน     

มีวิตามินและแร่ธาตุ ไฟเบอร์ มีโปรตีนสูงถึง ๓๐ เปอร์เซนต์ แคลเซี่ยม ๕ เท่าของนม  เป็นพืชเก่าแก่ที่อุดมไปด้วย โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมกา 3 และ 6 ช่วยในเรื่องระบบหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังมีเส้นใยโปรตีน สารต้านอนุมูอิสระแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ
 
การค้นพบอีกอย่างคือ เมล็ดเชีย นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเคลือบกระเพาะอาหารในรูปแบบของเจล เจลนี้ชลอกระบวนการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล อีกทั้งยังช่วยสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ มีโปรตีนและโบรอน ซึ่งโบรอนนี้ช่วยในกระบวนการดูดซึมแคลเซียม 

เป็นแหล่งสารโอเมก้า 3 ชนิด α-Linolenic acid (ALA) ที่สำคัญ ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นต่อการทำงานของระบบหลอดเลือดและหัวใจ ตลอดจนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (immune system) นอกจากนี้ยังมีวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระสูง

คุณสมบัติพิเศษอีกอย่าง คือ การดูดซับน้ำของเส้นใย (soluble fiber) และเกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนรูปเป็นเจล (gel-forming reaction) ซึ่งนักวิจัยระบุว่าปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาเดียวกับที่เกิดในกระเพาะอาหาร หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mucilage ซึ่งจะเป็นตัวขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ในการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต ชะลอปฏิกิริยาการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล

คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดเจีย
มีโปรตีนร้อยละ 23 น้ำมันร้อยละ 34 และใยอาหารร้อยละ 25 ไม่มี Gluten ทำให้เหมาะกับผู้เป็นโรคแพ้ gluten
เมล็ดเชียนั้นสามารถดูดซับน้ำได้ดี ชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ทั้งยังช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็น

เป็นแหล่งของโปรตีน ที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที ทำให้สามารถสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะกับเด็กและวัยรุ่น สตรีมีครรถ์ นักกีฬา และช่วยในการเพิ่มกล้ามเนื้อ

มีไขมันและกรมโอเมก้า 3 ไขมันเหล่านี้เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยดูดซึมวิตามิน D E และK ซึ่งละลายได้ดีในไขมัน ซึ่งไขมันเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ นอกจากนี้ยังมี โบรอน ซึ่งช่วยในการดูดซึมแคลเซียม

 เมล็ดเจีย เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง สามารถเพิ่มระดับพลังงาน และให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่มีความจำเป็นในการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งยังอุดมไปด้วย วิตามิน บี 17
 
เมล็ดเจีย ให้คุณค่ามากในแง่ของพลังงาน ไม่มีไขมัน ดังนั้นจึงไม่ทำให้อ้วน

สรรพคุณ : -
เป็นพืชที่ให้พลังงาน สามารถรับประทานเมล็ดเจีที่พองตัวแล้วอย่างเดียว โดยไม่รับประทานอาหารอื่นได้ เพราะเมล็ดเจีย ให้พลังงาน และมีคุณค่าทางอาหารสูง  
- อุดมไปด้วยโปรตีน
- แมกนีเซียม
- แคลเซียม สามารถใช้สำหรับป้องกัน หรือการย้อนกลับของโรคกระดูกพรุน
- มี โอเมก้า 3 ทำให้ผิวดี ชุ่มชื้นไม่แตกแห้ง ผมมีสภาพดี บำรุงสมอง จนถึงเซลล์ของร่างกาย 
- มีโบรอนที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกระดูก
- ทำหน้าที่เป็นตัวประสานแป้ง กับกรดน้ำย่อย ช่วยย่อยอาหารได้สมบูรณ์แบบต่อเนื่อง และค่อยๆเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล (ซึ่งกรณีนี้ดีสำหรับคนเป็นเบาหวาน) และทำให้ร่างกายได้รับผลต่อเนื่องในพลังงานนานขึ้น
- กากใยอาหารของเจีย ทำให้ท้องไม่ผูก ป้องกันการเป็นโรคหัวใจล้มเหลว แก้ไขปัญาหาไขมันตีบตัน และช่วยปรับระบบน้ำตาลในโรคเบาหวานให้ดีขึ้น โดยการปรับกรดอินสุลินออกมปรับสภาพน้ำตาลในร่างกาย
-เจลที่เกิดจากเมล็ดเจีย เรียกว่า มูซิลเลจ กากใยนี้จะทำให้อิ่มนานขึ้น ช่วยคนที่ควบคุมน้ำหนัก หรือลดความอ้วน

นอกจากเมล็ดจะมีประโยชน์แล้ว ใบก็สามารถทานได้ และมีประโยชน์ด้วยคือ
ใช้ใบแห้งหรือสด ใช้ทำชาดื่มได้ ช่วยในการทำความสะอาดเลือด ลดไข้ แก้ปวด ไขข้ออักเสบ ปากเปื่อย โรคเบาหวาน ท้องร่วง กลั้วคอแก้เจ็บคอ ลดความดัน เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลตัวดีช่วยให้ระบบประสาทแข็งแรง ลดอาการร้อนของผู้วัยทอง และอื่นๆ

***เราสรุปคร่าวๆแค่นี้ หากต้องการความรู้เพิ่มเติม ค้นหาอ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ตามเว๊ปไซด์หลายแห่ง***
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หน้าตาเมล็ดเจีย

***เราทดลองปลูกผลปรากฏว่าขึ้นง่ายมาก ดูรูปด้านล่างๆได้***
 

 

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   
Remove this ad
Remove this ad

#1 [url]

Jun 19 12 5:57 PM



เมล็ดเจีย ทานได้โดยผสมในสลัดหรืออาหารตามชอบ หรือแช่น้ำให้พองเต็มที่แล้วจึงทาน เลือกทำไได้ตามชอบ 
สำหรับเราจะแช่น้ำให้พองเต็มที่ก่อน เวลาทานจะได้ไม่ไปพองในท้องมากเกินไปอาจทำให้แน่นท้องได้ 

ตัวอย่างนี้ เราใช้เมล็ดเจีย ๑ ช้อนโต๊ะต่อน้ำประมาณ ๑ ถ้วยตวง

ดูดน้ำเข้าไปแล้วรอบๆเมล็ดจะมีเมือกใสๆ






เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#2 [url]

Jun 19 12 5:58 PM



แช่จนพองเต็มที่แล้ว ใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายสัปดาห์ เอาไว้ผสมอาหารหรือขนมต่อไป



เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#3 [url]

Jun 20 12 8:59 AM



ผสมเครื่องดื่มได้

แก้วนี้น้ำดอกอัญชัน


ผสมน้ำนมถั่วเหลือง


เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#4 [url]

Jun 20 12 9:03 AM


ผสมทำขนมหรืออาหารได้ ตัวอย่างนี้ทำวุ้น

ตัวอย่างนี้ ผสมน้ำกะทิ ใส่น้ำแข็งทุบ 

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#5 [url]

Jun 20 12 10:17 AM


บางคนเห็นเมล็ดเจียพองแล้วจะคิดว่าเมล็ดแมงลัก ทั้งสองอย่างแตกต่างกัน

เมล็ดแมงลักจะสีดำ แช่น้ำพองแล้วรอบๆเมล็ดสีขาวขุ่น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่าเม็ดแมงลัก ประกอบด้วยสารคาร์โบไฮเดรตหลายชนิด ซึ่งเป็นโมเลกุลใหญ่ และสารประกอบอื่นๆ เช่น Camphene, ucillage, myrcene oil, D-Glucose เป็นต้น เปลือกนอกเมล็ดพองตัวได้ ๔๕ เท่า การวิจัยพบว่าเมล็ดแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาระบาย เพิ่มกากอาหาร และเมือกสามารถช่วยหล่อลื่นให้อุจจาระอ่อนตัว สามารถขับถ่ายได้สะดวก

ส่วนเมล็ดเจีย สีดำลาย แช่น้ำพองแล้วรอบๆจะสีใส มีไฟเบอร์ มีพลังงาน และสารอาหารอื่นๆตามข้างต้นที่โพสไว้
 
เมล็ดแมงลัก

 


เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#6 [url]

Jun 20 12 10:19 AM


เปรียบเทียบให้ดู

ความใสกับความขุ่น มองเห็นได้

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   
Remove this ad

#7 [url]

Jul 31 12 11:43 AM


เตรียมดิน แล้วโรยเมล็ดลงไปเอาดินกลบหน้าบางๆประมาณ ๑/๔ น้ิว รดน้ำ ไม่กี่วันเมล็ดจะงอกออกมา


หากเพาะเมล็ดในบ้าน จะทำให้ต้นยืดสูงเพื่อหาแดด เลยต้องหาไม่เล็กๆค้ำไว้ หากเพาะนอกบ้านคงไม่เป็นแบบนี้ 

อากาศหายหนาวจึงยกไปไว้นอกบ้าน ต้นเริ่มแข็งแรงไม่นานมีใบจริงแตกออกมา

ผ่านไปเดือนเศษต้นโตขึ้นมีใบใหม่แตกเพิ่มอีก

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#8 [url]

Aug 30 12 12:13 PM

ต้นเริ่มโตแล้ว แต่ยังไม่มีดอก เด็ดใบมาทำชาได้

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#9 [url]

Nov 1 14 8:42 AM

ต้น Chia Seed

เห็นต้นเจียที่คุณปลูกขึ้นสวยดี อยากทราบว่าผมจะหาพันธุ์ที่ไหนมาปลูกได้ครับ

ขอบคุณครับ

Quote    Reply   

#10 [url]

Nov 1 14 9:58 AM

ถ้าคุณ kimjun อยู่ไทยเข้าไปดูตามลิ้งค์นี้ แล้วส่งซองไปขอได้ตามที่อยู่ที่เค้าพิมพ์ไว้ นอกจาเมล็ดเจีย(chia) ยังมีเมล็ดพืชอื่นๆอีกมากมาย
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=60127.496

Quote    Reply   
Add Reply

Quick Reply

bbcode help