Remove this ad

ต้นหม่อน

Rss     Subscribe     Share     Tweet    


0 Points

Lead

Jun 28 13 5:09 PM

Tags : :

  สมัยเด็กๆ ไม่ไกลจากบ้านนัก จะมีที่หนึ่งปลูกหม่อนไว้กี่ต้นจำไม่ได้แล้ว แต่คิดว่าน่าจะมากกว่า ๓ ต้นแน่นอน เพราะ เวลาเดินผ่านแถวนั้ เราจะเข้าไปเก็บผลหม่อนสีแดงๆทาน พอย้ายบ้านไม่เคยเห็นต้นหม่อนและได้กินผลหม่อนอีก พอเรียนสูงขึ้นจึงได้รู้ว่าเค้าปลูกหม่อนไว้เลี้ยงตัวไหม เวลาผ่านมานานมากจนปัจจุบันนี้นอกจากปลูกหม่อนเพื่อตัดใบมาเลี้ยงตัวไหมแล้ว ยังมีการปลูกหม่อนเพื่อเก็บผลทานและนำใบหม่อนมาทำชา เพราะมีการวิจัยพบว่าใบหม่อนมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีอะไรบ้างลองอ่านด้านล่างนี้เป็นข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราคัดลอกมาบางส่วนเท่านั้น

ตำราสมุนไพรจีน กล่าวถึงสรรพคุณของหม่อนไว้อย่างมากมาย เช่น 
“ยอดหม่อน” นำมาต้มใช้ดื่มและล้างตา เพื่อบำรุงสายตา 
 
“ใบหม่อน” นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่า สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลในกระต่าย ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตและลดอัตราการตายของหนูที่มีสาเหตุจากมะเร็งในตับได้  
    
“กิ่งหม่อน” ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก รักษาอาการปัสสาวะสีเหลือง กลิ่นฉุนเกิดจากความร้อนภายใน ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขจัดความร้อนในปอดและกระเพาะอาหาร ขจัดการหมักหมมในกระเพาะอาหารและเสลดในปอด นอกจากนั้นยังใช้รักษาอาการปวดมือ เท้าเป็นตะคริว เหน็บชา โดยใช้กิ่งหม่อนและโคนต้นหม่อนเก่า ๆ มาตัดเป็นท่อน ผึ่งไว้ให้แห้ง นำมาต้มดื่มก็สามารถขจัดโรคดังกล่าวได้
 
“ผลหม่อน” รักษาโรคไขข้อ บำรุงหัวใจบำรุงผมให้ดกดำ เลี่ยงฮียัง นักแพทยศาสตร์สมัยราชวงศ์เหม็ง กล่าวถึงผลหม่อนว่า ทำให้ตับไม่มีไฟ หัวใจคลายความร้อนรุ่ม เส้นประสาทตาดี สายตาก็แจ่มใส ร่างการก็สุขสบาย
 
“รากหม่อน” สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด นั่นคือ ลดความรุนแรงและรักษาโรคเบาหวานได้ สารอัลคาลอย deoxnojirimycin (DNJ) จากส่วนเปลือกรากหม่อน Morus nigra ได้นำมาทำเป็นยาชื่อ Homonojirimycin เพื่อใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน นอกจากนั้น DNJ ที่มีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายกับกลูโคส จะไปเพิ่มโมเลกุลของน้ำตาลที่ผิวด้านนอกของเชื้อ HIV เป็นอุปสรรคกีดขวางในการเข้าไปทำลายเซลล์ของเชื่อ HIV.Mr.Raymond Dwek และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดได้รายงานว่า butyl DNJ มีผลต่อการยับยั้งโรค AIDS มาก การทดลองในสัตว์ได้ผลดีระดับหนึ่ง การทดลองในคนไข้เอดส์ คาดว่าจะทำได้ในเร็ว ๆ นี้ และอาจเป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์พร้อมกับคำว่า “หม่อน พืชมหัศจรรย์”
 
ใครเล่าจะนึกว่าส่วนต่าง ๆ ของหม่อนนำมาเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้ เกษตรกรของไทยจะปลูกต้นหม่อนไว้ก็เพื่อใช้ใบเลี้ยงไหม แต่ในทวีปยุโรป ออสเตรเลียและอเมริกาเหนือ รู้จักหม่อนว่าเป็นต้นไม้ที่ผลรับประทานได้ มักนิยมปลูกไว้เพียง 2-3 ต้น ตามสนามหญ้าหน้าบ้านหรือหลังบ้าน นอกจากจะเป็นไม้ประดับแล้ว ยังมีผลไว้รับประทานในครอบครัวอีกด้วย ลูกหม่อนจะหาได้ยากในท้องตลาด จะมีขายอยู่บ้างในซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งเช่น ที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย
 
หม่อนพันธ์พื้นเมืองของไทยที่มีเพศเมีย เช่น หม่อนไผ่ หม่อนคุณไพ จะมีผลขนาดเล็ก ไม่มีใครสนใจที่จะนำไปบริโภค จนกระทั่งเรามีหม่อนพันธุ์ลูกผสมที่ให้ผลผลิตใบสูงแล้วยังให้ผลที่มีขนาดใหญ่ คือ พันธุ์บุรีรัมย์ 60 และนครราชสีมา 60 ทำให้เรามีผลหม่อนสดรับประทานกัน
 
 นอกจากนั้น ผลสุกยังใช้ทำน้ำผลไม้และไวน์ที่มีรสชาติน่าสนใจไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลย กากที่เหลือจาการทำน้ำผลไม้หรือไวน์ ยังใช้ทำแยมไว้ทาขนมปังได้อีกด้วย ยอดหม่อนและใบหม่อน ชาวอีสานทราบกันมานานแล้วว่า นำไปใส่ต้มยำไก่ ต้นยำเป็ด รสเด็ดอย่าบอกใคร รู้อย่างนี้แล้วท่านจะไม่ลองบ้างเชียวหรือ
 
   ชาวญี่ปุ่นดื่มน้ำชาจากผงใบหม่อนและรากหม่อนมาเป็นเวลากว่า 60 ปี สืบต่อกันเป็นประเพณีมาช้านาน เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยรักษาสุขภาพ Mr.Tsushida และคณะ พบ gamma-aminobutyric acid ในหม่อนและได้พัฒนามาเป็น “Gabaron Tea” เพื่อใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ถ้าท่านไปญี่ปุ่นก็ยังสามารถหาซื้อชาที่ทำจากรากและใบหม่อนได้ เรียกว่า “Kuwacha “ ซึ่งผลิตโดยบริษัท Hoshida
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
นอกจากนี้ยังมีการวิจัยจากกรมหม่อนไหม ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า
ใบหม่อนมีสาร ดีเอ็นเจ (DNJ=Deoxynijirimycin) ซึ่งสารนี้  นักวิจัยบอกว่า มีผลในการ ลดน้ำตาลในเลือด
ยังมีสารกาบา (GABA – Gamma amino butyric acid) ที่มีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิต
และสาร ฟายโตสเตอรอล (Phytosterol) ที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับคอเลสเตอรอล ยังพบว่าใบหม่อนมี แร่ธาตุ และวิตามินหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ใบหม่อนมีสารเควอซิติน (Quercetin) และ เคมเฟอรอล (Kaempferol) ซึ่งเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยส์ (Flavonoids) ที่มีคุณสมบัติ
ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพิ่มขึ้น
ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดดแข็งแรง
ยับยั้งการเกิดสารก่อมะเร็งเม็ดเลือดมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่
ลดอาการแพ้ต่าง ๆ และยืดอายุเม็ดเลือดขาว
สารทั้งสองชนิดนี้ สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางลำไส้เล็กและไม่เปลี่ยนแปลงสภาพ
พืชใช้สารเหล่านี้เพื่อใช้ทนต่อลม ฝน แสงแดด ซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ต้องอาศัยพืช

นอกจากนั้นยังพบสาร โพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารสำคัญ 2 ชนิดข้างต้น

ในตำราแพทย์แผนไทยมา ชาหม่อนต้มดื่มต่างน้ำชา แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไอ เจ็บคอ ระงับประสาท แก้กระหายน้ำ ลด น้ำตาลในเลือด ลดความดันเลือด บำรุงผิว แก้อาการตาลาย เวียนหัวและปวดหัด ขับปัสสาวะ ช่วยระบายท้อง เอาน้ำล้างตา แก้ตาแดง ตาแฉะ และตาฟาง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ่านดูแล้วต้นหม่อนนี้มีประโยชน์มากนะ ตั้งแต่ราก กิ่ง ใบ ผล ใช้ได้ทุกส่วน

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   
Remove this ad

#1 [url]

Jun 28 13 5:17 PM

รู้ประโยชน์ของหม่อนแล้ว จึงหาต้นหม่อนมาปลูกบ้าง กลับไปไทยเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้ ซื้อหม่อนไว้ให้แม่ปลูก ๒ ต้น ซื้อที่จตุจักร ต้นไม่ใหญ่มาก ราคาต้นละ ๑๕ บาท หรือ ๓๐ บาท จำไม่ได้แล้ว ไม่รู้ตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า เพราะที่นั้นต้องปลูกใส่กระถางไว้ เอาไว้ให้แม่เด็ดใบหม่อนไปต้มน้ำดื่ม

ส่วนบ้านที่ต่างแดน ปลูกหม่อนไว้ ๒ ต้น เช่นกัน แต่เป็นพันธุ์แบบทนหนาวได้ดี เพราะบ้านที่นี่หน้าหนาวจะหนาวมาก เวลาเลือกซื้อต้นไม้เลยต้องเลือกแบบทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย
-10 ฟาเรนไฮต์

ต้น นี้เป็นหม่อนทนหนาวได้ประมาณ - 25 ฟาเรนไฮต์ หรือ -30 ฟาเรนไฮต์ จำไม่ได้แล้ว เป็น Morus Kokuso เริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วง ใบร่วงหมดต้น พอหายหนาวจึงแตกยอดใหม่ ภาพนี้ถ่ายตอนหน้าร้อนนี้เอง

ตอนหน้าหนาวใบร่วงหมดต้น พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มอุ่นๆ ต้นจะแตกยอดและมีผลเขียวๆออกมา เข้าฤดูร้อนผลหม่อนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู และสีเข้มขึ้นเรื่อยๆตามความแก่ แต่สีไม่ดำ รสหวานใช้ได้ เสียแต่ลูกเล็กไปหน่อย ไม่โตเหมือนหม่อนกินผลที่เค้าปลูกในไทย


 



Click here to view the attachment
Click here to view the attachment

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#2 [url]

Jun 28 13 5:31 PM

อีกต้นเค้าเขียนป้ายติดไว้ว่าเป็น White Mulberry ทนหนาวได้ -30 ฟาเรนไฮต์ เพิ่งปลูกเร็วๆนี้ ไม่รู้จะมีลูกหรือเปล่า ต้นสูงและใบใหญ่มาก ซื้อมาใหม่ๆ จัดการขุดดินปลูกเลย หลังจากนั้นก็ใบแห้งเหี่ยวทำท่าจะตายเอาเพราะแดดแรง ลมแรงพัดใบที่ติดมากับต้นฉีกขาด ไปอ่านป้ายที่เค้าบอกวิธีการปลูก พบว่าเค้าบอกให้ปลูกที่บังลม กันแดดไว้ก่อนตอนปลูก แต่ทำไปแล้วต้องเลยตามเลยจะขุดขึ้นมาคงไม่ไหว 

เราแก้ปัญหาด้วยวิธี เอากรรไกรไปตัดเล็มใบออกเกือบหมดต้น คอยรดน้ำบ่อยๆ ตอนนี้มียอดใหม่แตกใบมากพอ ดูท่าทางแข็งแรง น่าจะรอดตาย แต่ต้องรอให้ผ่านหน้าหนาวปีนี้ไปก่อน ถ้าผ่านไปได้ถือว่าสอบผ่านรอดตาย





Click here to view the attachment

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   
Add Reply

Quick Reply

bbcode help