Remove this ad

ทดลองปลูกแก่นตะวัน

Rss     Subscribe     Share     Tweet    


0 Points

Lead

Mar 16 12 12:34 PM

Tags : :

  อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับแก่นตะวันได้ตามรายละเอียดข้างล่างนี้ คัดลอกบางส่วนมาจากเว๊ปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 Jerusalem Artichoke (Helianthus tuberosus) หรือ Sunchoke ชื่อที่เรียกเป็นภาษาไทย เรียกว่า แห้วบัวตอง (สุรพงษ์, 2539) เนื่องจากเป็นพืชตระกูลเดียวกับทานตะวัน และมีดอกสีเหลืองคล้ายดอกบัวตอง แต่มีขนาดเล็ก มีหัว (tuber) รูปร่างคล้ายขิงอวบ เปลือกเป็นผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีขาว และกรอบคล้ายแห้วเมื่อดิบ มีถิ่นกำเนิดแถบทวีปอเมริกาเหนือ และได้มีการนำมาปลูกในแถบทวีปยุโรปอย่างแพร่หลาย ในเขตหนาว เขตกึ่งหนาว และเขตร้อน เช่น ในประเทศอินเดีย

ต่อมา รศ.ดร.สนั่น จอกลอย ได้นำพืช Jerusalem Artichoke ไปศึกษาวิจัยที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นและมีการตั้งชื่อภาษาไทยขึ้นมาใหม่อีกครั้งเนื่องจากเหตุผลการที่มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาวเย็น แต่ปลูกในแถบร้อนได้ดี มีความสามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมาก มีความแข็งแกร่งทนทาน จึงให้ชื่อนำหน้าพืชนี้ว่า “แก่น” และเป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวัน จึงให้ชื่อพืชชนิดใหม่นี้ว่า “แก่นตะวัน” พืชนี้จัดเป็นพืชหัว พืชอาหารเพื่อสุขภาพ พืชสมุนไพรสัตว์ พืชพลังงานทดแทน และพืชเพื่อการท่องเที่ยว (สนั่น,2549)

สำหรับประเทศไทยได้มีการนำมาปลูกบนสถานีเกษตรหลวงปางดะ มูลนิธิโครงการหลวง จ.เชียงใหม่ จะเห็นได้ว่าเป็นพืชที่ให้ผลผลิตสูง และมีต้นทุนในการปลูกและการดูแลรักษาน้อย แม้ในบางพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ นอกจากนั้นยังสามารถนำหัวมาปลูกเป็นเป็นแปลงไม้ดอกประดับ เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ (สุพจน์, 2540) หัวที่ได้เมื่อต้นแก่แล้วสามารถนำหัวมาใช้ประโยชน์ในการเป็นอาหารของคนเราได้หลายอย่าง เนื่องจากในหัวของ Jerusalem Artichoke อุดมไปด้วยไวตามินบี เหล็ก และแคลเซียมสูง ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาหารเสริมสุขภาพได้ชนิดหนึ่ง (ประภาส, 2543)

หัวพืชชนิดนี้มีคาร์โบไฮเดรตซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูป inulin โดยเป็น polymer ของ fructose จึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำหัวพืชชนิดนี้มาบริโภค (Anonymous, 1984) นอกจากนี้ในหัวยังสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต inulin ซึ่งจะพบในหัวพืชชนิดนี้มากถึง 16-39 เปอร์เซ็นต์ (suzuki, 1993) โดย inulin จะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำเชื่อมฟรุคโตสเข้มข้น (Fructose syrup) (Kosaric และคณะ, 1984 Stauffer และคณะ, 1975) เพื่อใช้เป็นสารให้ความหวานในอุตสาหกรรมอาหาร

เนื่องจากในหัวของ Jerusalem Artichoke มีคาร์โบไฮเดรตซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูป inulin โดยเป็น polymer ของ fructose จึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และยังพบว่า การเสริมสารสกัดของพืชชนิดนี้ในอาหารสัตว์ เช่น สุกร, สุนัข จะช่วยลดปริมาณแอมโมเนียในระบบทางเดินอาหารและในสิ่งขับถ่าย ทำให้ลดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในสิ่งขับถ่าย

การนำมาใช้ประโยชน์

ใช้เป็นอาหารประเภทหลักผัก หัวสดมีรสชาติคล้ายแห้ว นำมาประกอบอาหารคาว หวาน ได้หลายชนิด หัวเป็นแหล่งสะสมของอินนูลิน (inulin) ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลฟลุ๊กโต้สทีต่อกันเป็นโมเลกุลยาว เมื่อเก็บหัวแก่นตะวันไว้ในห้องเย็นจะทำให้หัวแก่นตะวันมีความหวานมากขึ้น “อินนูลิน” มีคุณสมบัติช่วยเจริญอาหาร กระตุ้นการหลั่งของน้ำดี ขับปัสสาวะ ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน ลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกันโรค อินนูลิน เป็นสารเยื่อไยอาหาร ไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก จึงอยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ไม่มีความรู้สึกหิว กินอาหารได้น้อยลงจึงช่วยลดความอ้วนได้ จึงนับว่าเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพ

หัว ใช้เสริมในอาหารสัตว์ มีผลต่อการเจริญเติบโต ลดจุลินทรีย์ที่เป็นโทษในระบบทางเดินอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ลดการใช้สารปฏิชีวนะและมูลสัตว์มีกลิ่นเหม็นน้อยลง จึงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรในสัตว์

หัวใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์ ผลผลิตหัวสด 1 ตัน สามารถผลิต เอทานอลได้ 80-100 ลิตร นำไปผสมเบนซิน เพื่อผลิตแก๊ซโซฮอล์ จึงจัดเป็นพืชพลังงานทดแทน

แก่นตะวันจะมีดอกบานเมื่ออายุประมาณ 60 วัน และทั้งแปลงปลูกจะมีต้นออกดอกประมาณ 2 เดือน ดอกมีสีเหลืองคล้ายบัวตอง มีความสวยงามไม่แพ้ทุ่งบัวตอง หรือทุ่งทานตะวันเลยทีเดียว จึงนับได้ว่าเป็นพืชเพื่อการท่องเที่ยวได้อีกชนิดหนึ่ง

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อีกเรื่องราวหนึ่ง

“ในบรรดาพืชอาหารช่วยลดความอ้วนที่คนไทยรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นหัวบุก เม็ดแมงลัก หญ้าหมาน้อย เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว คุณสมบัติสู้แก่นตะวันไม่ได้เลย”

ดร.ครรชิต จุดประสงค์ นักวิชาการประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล สรุปผลการวิจัยถึงคุณประโยชน์ของ “แก่นตะวัน” พืชตัวใหม่ที่คนไทยเพิ่งรู้จักมา 4-5 ปีนี่เอง

พืชชนิดนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ไม่คุ้นชื่อ เพราะไม่ใช่พืชประจำถิ่นของประเทศไทย ด้วย “แก่นตะวัน” เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตหนาวของอเมริกาเหนือ มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Jerusalem artichoke หรือ Sunchoke และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosus

เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 1.5-2.0 เมตร มีขนคล้ายหนามกระจายทั่วลำต้น ใบคล้ายต้นสาบ มีดอกสีเหลืองคล้ายดอกบัวตอง…มีหัวเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินคล้ายขิง ข่า รสชาติหวานมันคล้ายมันแกวแต่มีความกรุบกรอบเหมือนฝรั่ง

คุณประโยชน์มีรอบด้าน ทำได้ทั้งอาหารสัตว์ อาหารลดความอ้วนควบคุมไขมันสำหรับคน รวมทั้งเป็นพืชพลังงานทดแทน ที่สามารถนำไปผลิตเป็นเอทานอลได้

“เมื่อ 15 ปีที่แล้ว รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์ประจำภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เป็นผู้ริเริ่มนำ เข้ามาทดลองปลูกในเมืองไทย เพื่อให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรไทย”

นำเข้ามาทดลองปลูกหลายสายพันธุ์ มีทั้งจากอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และได้พัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถปลูกได้ในสภาพอากาศแบบเมืองไทยจนเป็นผลสำเร็จ

ด้วยเป็นพืชที่มีต้นตระกูลใกล้ชิดกับทานตะวัน และทั้งที่เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาว นำมาปลูกทดลองที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังมีความแข็งแกร่ง สามารถปรับตัวเจริญเติบได้ดี จึงได้ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “แก่นตะวัน”

นอกจากจะสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ขุดเหง้าหัวขึ้นมาขายทำเงินได้แล้ว ยังมีดอกที่สวยงาม สามารถสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว แบบเดียวกับทุ่งทานตะวัน ทุ่งดอกบัวตองได้อีกต่างหาก

แต่เนื่องจากเป็นพืชชนิดใหม่ ที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะกับสภาพอากาศในบ้านเรา

คุณสมบัติในด้านโภชนาการ ช่วยลดความอ้วน จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่…ทางสถาบันวิจัยโภชนการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ดร.ครรชิต จุดประสงค์ จึงเข้ามารับหน้าที่ศึกษาวิจัยต่อ

ผลปรากฏว่า “แก่นตะวัน” ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์เป็นไทย ยังคงมีสรรพคุณช่วยลดความอ้วนได้เหมือนเดิม และยังเหนือกว่าพืชหลายชนิดที่คนไทยเคยรู้จัก

“แม้แก่นตะวันจะเป็นพืชที่มีหัวอุดมไปด้วยแป้ง คาร์โบไฮเดรต เหมือนพืชมีหัวทั่วไป แต่แป้งในหัวแก่นตะวันเป็นแป้งที่ไม่ธรรมดา

ไม่เหมือนแป้งในหัวมันอย่างอื่น ที่กินไปแล้วร่างกายจะย่อยสลายดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันทำให้อ้วน

เพราะแป้งในหัวแก่นตะวันมีอินนูลินและฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ ร่างกายย่อยสลายดูดซึมไม่ได้ มันทำให้แป้งของแก่นตะวัน

กลายเป็นใยอาหารที่เข้าไปช่วยทำความสะอาด เก็บกวาดของเสีย

ในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี กินเข้าไปแล้วรู้สึกอิ่มและขับถ่ายได้ดี”

เพื่อให้เข้าใจถึงระบบการทำงานของแป้งใยอาหารของแก่นตะวันลดความอ้วนได้ อย่างไร ดร.ครรชิต อธิบายว่า สาเหตุอ้วนมาจากกินอาหารประเภทแป้งน้ำตาลเข้าไปสะสมในร่างกายเยอะมาก

โดยเฉพาะบริโภคสารความหวาน “กลูโคส” จากแป้ง “ฟรุคโตส”จากผลไม้ “ซูโครส”ที่ได้จากน้ำตาลทราย…สารความหวานจากแหล่งเหล่านี้ มีโมเลกุลสั้น ร่างกายสามารถย่อยสลายดูดซึมเข้าไปสะสมในร่างกายได้

แต่ถ้าเจอสารความหวานที่เป็นโมเลกุลสั้นๆ แต่จับตัวเรียงแถวเป็นสายยาวตั้งแต่ 3-10 ตัว ที่มีชื่อเรียกว่า “ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์…ร่างกายจะย่อยสลายไม่ได้

และถ้ายิ่งเป็นสารความหวานที่มีโมเลกุลสั้นเข้าแถวเรียงตัวกันเป็นสายยาว 10-60 ตัว มีชื่อเฉพาะเรียกว่า “อินนูลิน”

ร่างกายของคนเรายิ่งจะดูดซึมได้ยากเข้าไปใหญ่ และยังจะเป็นใยอาหารชั้นดีที่ช่วยกวาดล้าง สารพิษ สิ่งแปลกปลอม สารก่อมะเร็งที่เรากินเข้าไปและตกค้างในระบบทางเดินอาหาร ให้ถูกขับถ่ายออกไปได้เป็นอย่างดีมีผลช่วยบรรเทาอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้

ถ้าคุณสมบัติมีแค่นี้ เป็นแค่ใยอาหาร ดร.ครรชิต บอกว่า แก่นตะวันแทบจะไม่มีอะไรดีเด่น น่าสนใจสักเท่าไร เพราะจะไม่ต่างอะไร

กับหัวบุก เม็ดแมงลัก และหญ้าหมาน้อย ที่คนไทยรู้จักกัน…แต่แก่นตะวันมีคุณสมบัติมากกว่านั้น และเป็นอะไรที่พืชลดความอ้วนอย่างอื่นไม่มี

“เพราะหลังจากถูกกัดเคี้ยวกลืนให้เข้าไปอยู่ในกระเพาะ และไปย่อยสลายให้ร่างกายดูดซึมในลำไส้เล็กจนกลายเป็นใยอาหารแล้วถูกบีบให้ ไหลขับเคลื่อนไปสู่ลำไส้ใหญ่ เตรียมขับถ่ายเป็นอุจจาระ

มาถึงขั้นนี้ ถ้าเป็นพืชใยอาหารลดความอ้วนอย่างอื่น หน้าที่และประโยชน์ของมันจะหมดและจบลงเพียงแค่นี้

แต่แก่นตะวันนั้น มาถึงลำไส้ใหญ่มันยังมีฤทธิ์ มีประสิทธิภาพทำงานให้กับร่างกายได้อีก”เนื่องจากปกติลำไส้ของคนเราจะมีภาวะเป็นด่าง มีค่า pH 7-8 เป็นภาวะที่แบคทีเรียไม่ดี แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคเจริญเติบโตได้ดี

แต่พอกากใยอาหารของแก่นตะวันตกมาถึงลำไส้ใหญ่ สิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น…ทำให้ภาวะลำไส้ใหญ่ที่เป็นด่างจะกลายเป็นกรด อย่างอ่อน มีค่า pH อยู่ที่ 3–5

ดร.ครรชิต อธิบายว่า ภาวะอย่างนี้มีผลดีต่อร่างกาย การเป็นกรดอย่างอ่อนจะช่วยทำลยแบคทีเรียก่อให้เกิดโรคล้มหายตายจากไปแล้ว ยังจะทำให้จุลินทรีย์ที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactabacillus) ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) เจริญเติบโตได้ดี

นอกจากจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นแล้ว สิ่งที่พิเศษสุดๆ แก่นตะวันยังช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแร่ธาตุสำคัญจำพวก แคลเซียมและเหล็ก จากกากอาหารได้อีกด้วย

ดูดซึมได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งในลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ จากที่ปกติ

ดูดซึมได้เฉพาะที่ลำไส้เล็กเท่านั้นเอง

นี่แหละความมหัศจรรย์ของแก่นตะวัน…ที่พืชลดความอ้วนชนิดอื่นไม่มี

และเหนืออื่นใด…ยังเป็นพืชปลูกง่ายให้หัวเร็ว ปลูก 3-4 เดือน ดอกบานแล้วโรย ถอนต้นขุดราก ล้างเหง้าให้สะอาด หักกัดกินดิบๆ สดๆ…ไม่ต้องปอกผิวออก ก็ยังกินได้

กินไม่หมด เก็บใส่ตู้เย็น จะเก็บไว้กินดิบๆ เอาไว้ทำกับข้าว ต้มผัดแกงทอด หรือเอาไว้ทำพันธุ์ปลูกต่อก็ยังได้

ในขณะที่หัวบุก เม็ดแมงลัก หญ้าหมาน้อย…ทำอย่างนี้ไม่ได้

ต้องยุ่งยากทำให้สุกก่อนถึงจะโซ้ยลดอ้วนได้

แก่นตะวัน…ปลูกเอง ขุดเอง กินเองได้ ลดอ้วนแบบพอเพียงไม่ต้องพึ่งใคร.

ที่มา : http://www.thairath.co.th

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สรุปได้ว่า

หัวของแก่นตะวันมีสารสำคัญ ชื่อ อินนูลิน ซึ่งเป็นน้ำตาลเชิงซ้อน ทำให้แก่นตะวันเป็นอาหารที่มีสารเส้นใยสูง และเนื่องจากในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กของคนไม่มีเอ็มไซม์ย่อยน้ำตาลในอินนูลิน จึงทำให้ไม่ถูกย่อยแต่ผ่านไปสู่ลำไส้ใหญ่ แล้วเป็นอาหารของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ที่นั่น ทำให้แบคที่เรียที่ดีแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น มากกว่าแบคทีเรียที่ไม่ดีที่มีส่วนทำให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงเป็นการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

อีกทั้งแก่นตะวันมีใยอาหารมาก ช่วยให้ท้องไม่ผูก ขับถ่ายง่าย อุจจาระไม่มีกลิ่น และช่วยในการควบคุมอาหารสำหรับคนต้องการลดน้ำหนัก เพราะทานแล้วอิ่ม ส่วนอินนูลินช่วยป้องกันเบาหวานได้ด้วยแก่นตะวันทานสดได้จะมีลักษณะกรอบคล้ายแห้วอ่อน หากทานสุกจะคล้ายๆมันฝรั่ง ใช้ทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น ส้มตำ ยำ ผัด แกง ซุป ฯลฯ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดอกแก่นตะวันหน้าบานตาแบบนี้

 

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   
Remove this ad
Remove this ad

#1 [url]

Mar 16 12 12:34 PM

แก่นตะวันมีหลายพันธุ์ บางชนิดหัวยาว บางชนิดหัวกลมเหลียมแบบเผือก ที่เราซื้อมาจะเป็นแบบหัวคล้ายเผือกครั้งแรกซื้อมาทำอาหารเลยเลือกหัวเกลี้ยงๆ(ภาพบน) จะได้ปอกเปลือกง่าย แต่ก็หั่นส่วนที่มีตาให้ลึกหน่อยแล้วเอาไปลองปลูก มันก็งอกต้นได้เหมือนกัน

ซื้ออีกทีจะเอามาปลูกด้วยเลยเลือกหัวที่มีหัวย่อยเล็กๆติดอยู่ (ภาพล่าง)   แล้วตัดเอาหัวย่อยเล็กๆเหล่านี้มาปลูก


เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#2 [url]

Mar 16 12 12:35 PM

ถ้าเป็นหัวเกลี้ยงๆ เลือกหั่นส่วนที่มีตา ปาดให้หนาอย่างน้อยสัก ๑ ซม.  ถ้าหนาน้อยกว่านี้มันจะงอกเหมือนกันแต่ช้าหน่อย ถ้าเราหั่นให้หนาหน่อยเค้าจะงอกง่าย และโตเร็วคงได้อาหารจากหัวหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน จากภาพนี้ลองฝังดินไว้ในกระถาง ๓ วัน เริ่มมีรากงอกแล้ว

บางอันที่หั่นชิ้นหนาๆ มีตาหลายตาอาจจะยังไม่มีรากแต่ตาเค้าจะเริ่มเป็นตุ่มเล็กๆ

ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เริ่มมีหน่อเล็กๆแตกออกมา ชิ้นไหนมีตามากก็จะแตกหลายหน่อ

สองสัปดาห์หน่อเริ่มงอกสูงขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#3 [url]

Mar 16 12 12:35 PM

สองสัปดาห์ครึ่ง เริีมเป็นใบแล้ว สังเกตุดูว่าถ้าได้แดดเค้าจะโตเร็ว นี่ถ้าอากาศอุ่นๆน่าจะเจริญเติบโตเร็วกว่านี้ พอดีอากาศที่บ้านเรายังหนาวอยู่เลยงอกช้าหน่อย

ตอนนี้เพาะไว้ยี่สิบกว่าต้น รอให้ต้นโตแล้วจะถ่ายรูปมาลงเพิ่มเติมอีก
 
ผลสรุป
แก่นตะวันนี้ปลูกง่าย จะหั่นหัวเป็นท่อนๆปลูก หรือจะหั่นปาดเอาส่วนที่มีตาปลูก หรือจะเอาลูกมันที่เป็นหัวเล็กๆติดอยู่กับหัวใหญ๋ปลูก ก็ขึ้นได้ทั้งนั้น


เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#4 [url]

Mar 18 12 11:38 AM

ระหว่างรอให้ต้นแก่นตะวันโต เอารูปตัวอย่างอาหารที่ทำจากแก่นตะวันมาให้ดู

ซุปแก่นตะวันผักรวม


ผัดพริกแก่นตะวัน

 

ถ้าใช้สีแดงก็เรียกว่าทับทิมกรอบได้ ใช้สีฟ้าจากดอกอันชัญย้อม

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#6 [url]

Apr 4 12 9:14 AM


อยู่อเมริกา ซื้อได้ที่ wholefood market ราคาปอนด์ละ เกือบ ๖ เหรียญ (ราคาค่อนข้างแพงเพราะที่นี่เค้าขายสินค้าออแกนิค) หรือทางอินเตอร์เน็ต

อยู่ไทย หาซื้อได้หลายแหล่ง เช่น งานเกษตร สวนจตุจักรบางร้านก็มีขาย ฟาร์มแก่นตะวันที่กาญจนบุรี และที่อื่นอีกหลายแห่ง เปิดหาทางอินเตอร์ (ใช้คำว่าแก่นตะวัน) จะมีหลายที่ ราคาตั้งแต่ ๑๐๐ กว่าบาท ถึง ๓๐๐ บาท ต่อกิโลกรัม เลือกได้ตามความสะดวก แต่ถ้าจะซื้อมาทำอาหาร ตามซุปเปอร์มีขายเป็นแบบที่เค้าปอกเปลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

ถ้าอยู่ประเทศอื่นไม่รู้เหมือนกันว่าซื้อได้ที่ไหน ต้องหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ใช้คำว่า Jerusalem Artichoke  หรือ Sunchoke

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#7 [url]

Apr 24 12 12:07 PM



เอารูปต้นแก่นตะวันมาให้ดูอีก ภาพบนปลูกได้ ๑ เดือนเริ่มมีกิ่งแตกระหว่างซอกใบ 

ส่วนภาพล่างน่าจะสองเดือนสูงเกือบหนึ่งเมตรแล้ว ยังอยู่ในกระถางเพราะอากาศที่บ้านไม่แน่นอน บางวันร้อน บางวันหนาวจนหิมะตก เลยยังไม่เอาลงดิน วันไหนแดดดีก็ยกไปตั้งนอกบ้าน 



เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#8 [url]

Apr 24 12 12:10 PM


ภาพนี้ใช้แก่นตะวันทำบัวลอย สีมันคล้ำๆเลยผสมบีทรูทลงไปด้วย ได้ออกมาหน้าตาแบบนี้ เป็นบัวลอยเย็นรวมมิตร


จานนี้บัวลอยคลุก

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#9 [url]

Jul 30 12 5:21 PM

ตอนนี้ต้นแก่นตะวันบางต้นสูงท่วมหัวแล้ว และเริ่มออกดอกบ้าง วันนี้เลยเอาภาพดอกแก่นตะวันดอกแรกที่บานมาให้ดู



เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   
Remove this ad

#10 [url]

Sep 19 12 1:18 PM



ตอนนี้แก่นตะวันที่ปลูกแปลงนี้สูงเกือบสองเมตร เริ่มมีดอกตูมดอกบานเต็มไปหมด ส่วนแปลงอื่นต้นสูงแค่เมตรกว่าเริ่มมีดอกเช่นกัน




เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#12 [url]

Dec 2 12 5:04 PM

ปลูกจนดอกโรยแล้ว สามารถขุดเอาหัวได้ บางต้นได้หัวออกกลม บางต้นได้หัวแบบยาวๆ ปกติใช้เวลาทั้งหมดประมาณ ๑๒๐ วัน ก็เก็บหัวได้ หากดินร่วนจะได้หัวมาก ที่บ้านดินแข็งแถมเข้าฤดูใบไม้ร่วงก่อนที่หัวจะทันโตกว่านี้ เลยได้ผลผลิตน้อย เป็นประสบการณ์ที่จะปรับปรุงเพื่อปลูกอีกในปีต่อๆไป



ต้นนี้หัวแบบกลมเกาะกันเป็นกระจุก

ต้นนี้ได้หัวยาวเดี่ยวๆ

เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#13 [url]

May 23 13 6:31 PM

เมื่อขุดต้นแก่นตะวันขึ้นมาได้หัวนิดเดียว นึกว่าสงสัยดินไม่ดีเลยได้หัวน้อย เวลาผ่านมาหลายเดือน จากฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว พอเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิปลายๆ ดินเริ่มอ่อนตัวพอที่จะขุดได้ เราไปจัดการขุดดินเพื่อเตรียมปลูกผักสวนครัว
ปรากฏว่าขุดลงไปเจอหัวแก่นตะวันเยอะแยะ บางหัวกำลังงอก ยิ่งขุดยิ่งเจอ

แสดงว่าต้นแก่นตะวันของเราให้ผลผลิตเยอะ เพียงแต่ดินแข็งเลยดึงออกมาไม่ได้ หัวที่ขาดตกหล่นในดินเลยพากันงอกเต็มไปหมด ตอนนี้เลยต้องยกแปลงผักทั้งแปลงให้แก่นตะวัน

ล่าสุดขุดมาได้ ๑ ถุงใหญ่

บางส่วนขุดออกมาไม่หมด ปล่อยให้งอกเป็นต้นโตเท่านี้แล้ว เบียดกันเต็มไปหมด ขุดแจกเพื่อนไปปลูกบ้าง และมีหัวเล็กๆที่ยังไม่โผล่พ้นดินอีก พื้นที่ตรงนี้คงกลายเป็นดงแก่นตะวัน ปีนี้ไม่ต้องซื้อแก่นตะวันแล้ว คงได้ผลผลิตมากมาย



เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

Quote    Reply   

#15 [url]

Jan 3 15 9:24 AM

ถ้าอยู่ไทยเค้ามีขายตามซุปเปอร์ หลายจังหวัดมีการปลูกแก่นตะวันขายเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=57913.0

ถ้าอยู่ต่างประเทศแถวยุโรป อเมริกามีขายที่ซุปเปอร์อาหารสุขภาพ หากอยู่อเมริกายินดีแบ่งปันให้ฟรี

Quote    Reply   

#16 [url]

Jun 28 16 10:02 PM

แถว กทม หาพันธุ์ได้จากไหนครับ

ประหยัดยังไงให้มีกินตลอดชีพ มาดูหลักแนวคิดเศษฐกิจพอเพียงที่จะช่วยให้มีกินมีใช้ไม่ขัดสน แต่อย่าฟุ่มเฟือยนะจ๊ะ

Quote    Reply   

#17 [url]

Jun 29 16 2:31 PM

ตลาดอตก. และซุปเปอร์ต่างๆน่าจะมีนะคะ ปลูกแค่หัวสองหัวปีต่อไปขึ้นเป็นร้อยๆต้นเลย
 

Quote    Reply   

#18 [url]

Jul 3 16 9:42 PM

tangthai wrote:
ตลาดอตก. และซุปเปอร์ต่างๆน่าจะมีนะคะ ปลูกแค่หัวสองหัวปีต่อไปขึ้นเป็นร้อยๆต้นเลย

 

เดี๋ยวลองไปเดินหาดู ขอบคุณมากครับ^^

ประหยัดยังไงให้มีกินตลอดชีพ มาดูหลักแนวคิดเศษฐกิจพอเพียงที่จะช่วยให้มีกินมีใช้ไม่ขัดสน แต่อย่าฟุ่มเฟือยนะจ๊ะ

Quote    Reply   
Remove this ad
Add Reply

Quick Reply

bbcode help